วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

ประเพณีชักพระ(ลากพระ)

ประเพณีชักพระ(ลากพระ)
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์  พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
                                ประวัติความเป็นมา
                                ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา  สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ  ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา  ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์
                                  เรือพระ
                                 เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา  ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ   แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า"  ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก  มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข  ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาในกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"
                                                        

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

แพลงกิ้ง (planking)

การทำท่า แพลงกิ้ง (planking) ในขณะนี้กำลังเป็นที่บ้าคลั่งของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก และมันกำลังฮิตมากในโลกของอินเตอร์เน็ต

ซึ่งการทำท่า "แพลงกิง" หรือการโพสท่าเป็นไม้กระดาน ผู้ที่โพสท่านี้จะต้องนอนลงบนพื้นสิ่งของแปลก ๆ คว่ำเอาเฉพาะส่วนท้องแนบกับพื้น และสองแขนแนบลำตัว ที่บางครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย และทรงตัวบนนั้นโดยที่มือเหยียดตรงอยู่ข้างลำตัว ไม่สามารถใช้ในการประคองตัวได้ แล้วจึงถ่ายภาพมาอวดกันผ่านทางเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ
นักโพสท่าไม้กระดานทั้งหลายชาวไทย อยากลองทำท่า แพลงกิ้ง (planking) กับกันดูก็ได้นะ คุณอาจจะเกิดและดังไปทั่วโลก หรือ อาจจะดับตอนนั้นเลยก็ได้

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

เพลงฮิต :)

คนหมดใจ  กล้วย อาร์สยาม.


เนื้อเพลง : คนหมดใจ รั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี

ศิลปิน : กล้วย อาร์ สยาม

อัลบั้ม : คนหมดใจ รั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี - Single

คำร้อง / ทำนอง : กำแหง เกรียงไกรธรณี เรียบเรียง : สิทธิพร สิงห์ไทยสงค์

หมดใจใช่มั้ย ฉันไม่ต้องถามเธอก็ได้ ก็เพราะเธอนั้น ทำให้ฉันเห็นทางการกระทำ เธอไม่เคยพูดว่าไม่รัก
เบื่อและเซ็งฉันเลยสักคำ แต่อาการของเธอที่ทำ บอกดังเหลือเกิน
*จะไปที่ไหน ต้องไม่มีฉันเดินข้าง ข้าง พูดจงพูดจากันแต่ละครั้ง มันดูหมางเมิน ก็ต้องยอมรับความเป็นไป
ทางสุดท้ายที่ต้องเผชิญ คือปล่อยมือ และยอมให้เธอได้เดินออกไป
**คนหมดใจ รั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี ร้องไห้นอนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ คนหมดรัก
มันไม่ได้ต่างไปจากคนตาย ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ฟื้นคืนมาไม่ได้อีกแล้ว
จากวันนี้ สิ่งที่ฉันต้องทำให้ได้ คือทำใจ ว่าต่อไปจะไม่มีเธอ
(ซ้ำ* /**/**)